S:CSB ARCHITECTS

Hospital

โรงพยาบาล

 

           โรงพยาบาลในที่นี้หมายถึง โรงพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานและฝ่ายต่าง ๆ จำนวนมากที่จะต้องปฏิบัติงานสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อให้การบริการ การบำบัดรักษาผู้ป่วยเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของโรงพยาบาลด้วยดี มีการจัดวางตำแหน่งที่ตั้งของแต่ละหน่วยงาน และจัดความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ ในโรงพยาบาลที่เชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสมและมีเหตุผล ผู้ออกแบบต้องพิจารณาและให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ในการจัดกลุ่มของหน่วยงานต่าง ๆ ให้ตอบสนองต่อรูปแบบแลความต้องการของโรงพยาบาล เพราะเป็นหัวใจของการออกแบบโรงพยาบาลที่เอื้ออำนวยให้การปฏิบัติงานและการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานเป็นไปอย่างสะดวก ลดความสับสนของการสัญจรและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค อันจะทำให้ผลการปฏิบัติงานของงานโรงพยาบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนประกอบของโรงพยาบาล แบ่งได้เป็น 5 ส่วน ดังนี้

1. ส่วนผู้ป่วยนอก (Out-Patient Department)
2. ส่วนวิเคราะห์และบำบัดรักษา (Diagnostic and Therapeutic Department)
3. ส่วนผู้ป่วยใน (In-Patient Department)
4. ส่วนบริการสนับสนุน (Supporting Service Department)
5. ส่วนสำนักงาน (Administration Department)

1. ส่วนผู้ป่วยนอก (Out-Patient Department)
ส่วนผู้ป่วยนอก เป็นส่วนที่ให้บริการตรวจโรค ให้คำปรึกษา บำบัดรักษาพยาบาลแก่ผู้มารับการบริการ ผู้รับบริการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะต้องไปรับการบริการในหลายหน่วยงาน เช่น แผนกชันสูตร (Laboratory) แผนกรังสี (X-Ray) แผนกเภสัชกรรม (Pharmacy) ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งอาจต้องรับการรักษาตัวต่อในส่วนผู้ป่วยใน ผู้รับบริการจำนวนหนึ่งอาจอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น อาจต้องอยู่บนรถเข็น (Wheel chair) เป็นต้น
ผู้ป่วยนอกประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

1.1 แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Accident and Emergency Unit) 
แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินเป็นแผนกที่บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บหรือที่มีการเจ็บป่วยแบบฉุกเฉิน ต้องเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยบางรายอาจต้องรอสังเกตอาการระยะหนึ่ง หรือส่งเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน บางรายอาจต้องได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพ และส่วนใหญ่ต้องทำการรักษาพยาบาลทางศัลยกรรมในบริเวณนี้

           1.2 แผนกตรวจและให้คำปรึกษา (Examination and Consultation Unit)
แผนกตรวจและให้คำปรึกษา เป็นส่วนที่ให้การตรวจโรค ให้คำปรึกษาทั่วไปหรือพิเศษเฉพาะทาง รวมทั้งให้การรักษาพยาบาลบางอย่าง เช่น ฉีดยา ทำแผล เป็นต้น
ห้องตรวจและให้คำปรึกษา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1.2.1 สำหรับตรวจและให้คำปรึกษาทั่วไป เช่น ศัลยกรรม (Surgery) อายุรกรรม (Medicine)
เด็ก (Pediatrics) ผิวหนัง (Dermatology) เป็นต้น

1.2.2 สำหรับตรวจและให้คำปรึกษาเฉพาะโรค ซึ่งจำเป็นต้องมีขนาดที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษ เช่น สูติ – นารีเวชกรรม (Obstetrics and Gynecology) ทันตกรรม (Dentistry) หู, คอ, จมูก (E.NT) ตา (Ophthalmology) เป็นต้น

2. ส่วนวิเคราะห์และบำบัดรักษา (Diagnostic and Therapeutic Department)
ส่วนวิเคราะห์และบำบัดรักษา เป็นส่วนที่ให้บริการวิเคราะห์และบำบัดรักษา ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่ม ดังนี้

2.1 กลุ่มให้การวิเคราะห์และรักษา ได้แก่

2.1.1 แผนกวิเคราะห์และบำบัดรักษาด้วยรังสีและสัญญาณคลื่น (Diagnostic and Therapeutic Radiology and Waves Unit)
แผนกวิเคราะห์และบำบัดรักษาด้วยรังสีและสัญญาณคลื่น เป็นแผนกที่วิเคราะห์ และบำบัดรักษาโดยใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้รังสีเอ็กซ์ (X-Ray), คลื่นเสียง (Sound Waves), คลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Waves) เป็นต้น เช่น
- รังสีวินิจฉัย (X-Ray)
- การวินิจฉัยด้วยรังสีเอ็กซ์และตัดส่วนคอมพิวเตอร์ [ (Computer – assisted Tomography) (C T) ]
- การวินิจฉัยด้วยเครื่องมือคลื่นความถี่เสียง Sonography (Ultrasound)
- การวินิจฉัยด้วยเครื่องมือรังสีเอ็กซ์และสานทึบแสง Angiography Fluoroscopy
- การวินิจฉัยด้วยเครื่องมือที่ใช้คลื่นความร้อน Thermograph
- การวินิจฉัยเต้านมด้วยรังสีเอ็กซ์ Mammography
- การวินิจฉัยด้วยเครื่องมือคลื่นแม่เหล็ก Magnetic Resonance Imaging (MRI)
- การสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียง Lithotripsy
แผนกนี้เป็นแผนกที่มีข้อกำหนดโดยเฉพาะเกี่ยวกับการป้องกันรังสีและคลื่นซึ่งมีผลกระทบต่อเครื่องมือและความปลอดภัยของผู้ใช้และผู้รับบริการ จึงต้องมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

2.1.2 แผนกวิเคราะห์และบำบัดรักษา ด้วยวิธีส่องกล้อง (Endoscope Investigation and Treatment Unit)
แผนกวิเคราะห์และบำบัดรักษา ด้วยวิธีส่องกล้อง เป็นการตรวจอวัยวะของผู้ป่วยโดยการสอดผ่านเครื่องมือพิเศษเข้าไปในร่างกาย มักต้องมีการให้ดมยาสลบแกผู้ป่วย มีความเกี่ยวข้องกับแผนกวิเคราะห์ด้วยรังสีและคลื่น และแผนกสรีระวิทยาคลินิก (Clinical Physiology) ในบางกรณี
ตัวอย่างการวิเคราะห์และบำบัดรักษาด้วยวิธีส่องกล้อง เช่น
- การส่องตรวจหลอดลมด้วยกล้อง Bronchoscope
- การส่องตรวจกล่องเสียงด้วยกล้อง Laryngoscope
- การส่องกระเพาะปัสสาวะด้วยกล้อง Cystoscopy
- การส่องกระเพะอาหารด้วยกล้อง Gastroscopy

2.1.3 แผนกวิเคราะห์และบำบัดรักษาทางเลือกอื่น (Alternative Treatment Unit)
แผนกบำบัดรักษาทางเลือกอื่นเป็นแผนกที่ให้บริการบำบัดรักษาด้วยวิธีหรือรูปแบบที่เป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยนอกเหนือจากการบำบัดรักษาแบบสากล
การบำบัดรักษาทางเลือกอื่น เช่น
- การแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine)
- การแพทย์แผนไทยประยุกต์ (Applied Thai Traditional Medicine)
- การแพทย์แผนจีน (Chinese Traditional Medicine)
- การฝังเข็ม (Acupuncture)

2.2 กลุ่มให้การวิเคราะห์ ได้แก่

2.2.1 แผนกพยาธิวิทยาคลินิก (Clinical Laboratory Unit)
แผนกพยาธิวิทยาคลินิก เป็นแผนกที่วิเคราะห์หาสาเหตุของการเจ็บป่วยโดยการตรวจเนื้อเยื่อ, ชิ้นเนื้อ, ของเหลว, สารคัดหลั่ง, สิ่งผลิตจากร่างกาย, กรทดลองทางวิทยาศาสตร์ต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างการ รวมทั้งการตรวจศพ เพื่อหาสาเหตุของการตาย (Autopsy)
ตัวอย่างการวิเคราะห์ทางพยาธิคลินิก เช่น
- การวิเคราะห์ทางเคมีคลินิก (Clinic Chemistry Investigation)
- การวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยา (Hematology Investigation)
- การวิเคราะห์ทางจุลชีวทางการแพทย์ (Medical Microbiology Investigation)
- การวิเคราะห์ทางสรีรวิทยา (Physiology Investigation)
- การวิเคราะห์ทางจุลพยาธิวิทยา ( Histopathology Investigation)

           2.3 กลุ่มการรักษา ได้แก่

2.3.1 แผนกผ่าตัด (Surgery Unit)
แผนกผ่าตัดเป็นแผนกที่ให้การบำบัดรักษาโดยวิธีผ่าตัด ผู้ที่มาใช้บริการจากแผนกผ่าตัดอาจเป็นผู้ป่วยนอกหรือผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอกที่มาใช้บริการที่แผนกผ่าตัดมักเป็นผู้ป่วยที่มารับการผ่าตัด ซึ่งไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรืออาจเป็นผู้ป่วยจากแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินที่ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน

2.3.2 แผนกคลอด (Delivery Unit)
แผนกคลอดเป็นแผนกให้บริการ โดยทั่วไปผู้ที่มาแผนกคลอดเป็นผู้ป่วยใน (In Patient) หรืออาจมาจากส่วนบริการอื่นในกรณีที่คลอดแบบฉุกเฉิน

2.3.3 แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Unit)
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นแผนกที่ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายแก่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ซึ่งอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติหรือมีความพิการ
การบริการทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่น
- กายภาพบำบัด (Physical Therapy)
- อรรถบำบัด (Speech Therapy)
- กิจกรรบำบัด (Haemodialysis Unit)

2.3.4 แผนกไตเทียม (Haemodialysis Unit)
แผนกไตเทียมเป็นแผนกที่ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องมือไตเทียมให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคไต และต้องได้รับการฟอกเลือดอาจมาจากส่วนบริการผู้ป่วยนอกหรือส่วนผู้ป่วยในก็ได้

2.3.5 แผนกเวชศาสตร์ความกดอากาศสูง (Hyperbaric Medicine Unit)
แผนกเวชศาสตร์ความกดอากาศสูงเป็นแผนกที่ให้การรักษาโดยใช้ห้องที่มีความกดอากาศสูงในการรักษา

3. ส่วนผู้ป่วยใน (In-Patient Department)
ส่วนผู้ป่วยในเป็นส่วนที่ให้บริการผู้ป่วยที่ต้องรับไว้รักษาค้าคืนไว้ในโรงพยาบาล อาจแบ่งตามสภาวการณ์เจ็บป่วยและความต้องการในการดูแลรักษา ได้แก่

3.1 แผนกผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Intensive or Critical Care Unit)
แผนกผู้ป่วยภาวะวิกฤตเป็นแผนกที่บำบัดรักษาและดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤตของการเจ็บป่วย ซึ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษและเข้มงวด ต้องการผู้บำบัดที่เหมาะสมและมักต้องมีอุปกรณ์ช่วยให้ร่างกายทำงานได้เหมือนปกติ เช่น อุปกรณ์ช่วยหายใจ อุปกรณ์เฝ้าระวังการทำงานของสัญญาณชีพ อุปกรณ์ในการกู้ชีวิตอุปกรณ์การให้เลือดและน้ำเกลือโดยอัตโนมัติ เป็นต้น ผู้ป่วยภาวะวิกฤตอาจเป็นผู้ป่วยที่มาจากแผนกผู้ป่วยในหรือมาจากแผนกอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือส่วนบริการอื่น

           ตัวอย่างการจัดบริการผู้ป่วยภาวะวิกฤต เช่น
3.1.1 หน่วยอภิบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Intensive Care Unit)
3.1.2 หน่วยอภิบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Coronary Care Unit)
3.1.3 หน่วยอภิบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Burn Care Unit)
3.1.4 หน่วยอภิบาลผู้ป่วยภาวะวิกฤต (Neonatal Intensive Care Unit)

           3.2 แผนกผู้ป่วยใน ( In-Patient Care Unit)
แผนกผู้ป่วยในเป็นแผนกที่รับรักษาผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล อาจจัดเป็นห้องพักเดี่ยว, ห้องพักรวม หรือแยกเฉพาะทางตามสาขาต่าง ๆ เช่น สูติ-นรีเวชกรรม, ศัลยกรรม, อายุรกรรม, กุมารเวชกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของทางโรงพยาบาล ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจและรักษาพยาบาลที่ห้องพักของผู้ป่วยหรืออาจถูกส่งไปที่กลุ่มให้การวิเคราะห์หรือกลุ่มให้การรักษา เช่น แผนก X-Ray, แผนกผ่าตัด, แผนกคลอด เป็นต้น

4. ส่วนบริการสนับสนุน (Supporting Service Department)
ส่วนบริการสนับสนุน ไม่ใช่ส่วนให้การรักษาพยาบาล (Non Medical Service) แต่เป็นส่วนที่สนับสนุนให้การบริการมีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและคุณภาพ อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้

4.1 ส่วนบริการสนับสนุนทางการแพทย์

4.1.1 แผนกเภสัชกรรม (Pharmacy Unit)
4.1.2 แผนกคลังโลหิต (Blood Bank Unit)
4.1.3 แผนกจ่ายกลาง (Central Sterile Supply Unit)
4.1.4 แผนกโภชนาการ (Nutrition Service Unit)
4.1.5 แผนกบริการรับส่งผู้ป่วย (Ambulance Service Unit)

4.2 ส่วนบริการสนับสนุนทั่วไป

4.2.1 แผนกซักฟอก (Laundry หรือ Linen Handling Service Unit)
4.2.2 แผนกซ่อมบำรุง (Maintenance Unit)
4.2.3 แผนกพัสดุกลาง (Central Storage หรือ Material Management Unit)
4.2.4 แผนกผลิตและจ่ายสาธารณูปโภค (Utility Plants Unit)
4.2.5 แผนกจัดการกำจัดของเสีย (Waste Disposal Management Unit)
4.2.6 แผนกเก็บศพ (Mortuary Unit)
4.2.7 แผนกเคหะบริการ (Domestic Service Unit)
4.2.8 แผนกบริการสนับสนุนอื่น

5. ส่วนสำนักงานบริหารจัดการ (Administration Department)
ส่วนสำนักงานบริหารจัดการเป็นสถานที่ทำงานบริหารจัดการธุรกิจของโรงพยาบาล รวมทั้งส่วนที่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ เช่น

5.1 แผนกบริหารจัดการทั่วไป (General Administration Unit)
5.2 แผนกข้อมูลสารสนเทศ (Information Technology Unit)
5.3 แผนกห้องสื่อสาร (Communication Center)
5.4 แผนกบริหารจัดการทางการแพทย์ (Medical Records Unit)
5.5 แผนกบริหารจัดการทางการพยาบาล (Nursing Administration)
5.6 ห้องประชุม (Conference Room)
5.7 ห้องสมุด (Library)
5.8 ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บของส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ (Central Changing Room)
5.9 ห้องพักเจ้าหน้าที่ (Lounge)
5.10 ห้องอาหาร (Canteen)
5.11 ห้องอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

 

ความสัมพันธ์ในส่วนประกอบหลักทั้ง 5 ในสถานพยาบาล

Hacked by Pi.hack

0 Responses to this post
Add your comment

You must be logged in to post a comment.